วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ตัดต่อวีดีโอ

โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ


1. Windows Movie Maker
Windows MovieMaker

Windows Movie Maker เป็นโปรแกรมทำวีดีโอที่ง่ายมาก แค่เพียงลากวางวีดีโอลงในโปรแกรมหลังจากนั้นก็ทำการตัดต่อตามต้องการ ความสามารถอีกอย่างหนึ่งของโปรแกรมนี้คือใช้โปรแกรม Windows Movie Maker สร้างสไลด์โชว์ เอาเพลงมาประกอบ





2. Lightworks

Lightworks เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่ดี มีการสนับสนุการทำงานที่ มีeffects และ smart trimming tools
Lightworks


3. Kate’s Video Toolkit
Kate’s Video Toolkit เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ที่มีความสามารถหลายหลาย ไม่ว่าจะเป็นตัดไฟล์ ประกอบ 2 ไฟล์วีดีโอต่อกัน มีลูกเล่นเปลี่ยนฉากเวลาเริ่มวีดีโอใหม่ กำหนดลำดับของวีดีโอกับเสียง


Kate


4. VSDC Free Video Editor

VSDC Free Video Editor โปรแกรมตัดต่อวีดีโอนี้ต้องใช้เวลาศึกษาอ่านคู่มือหน่อย เป็นขั้นตอนการทำงานอาจเข้าใจอยาก แต่โปรแกรมนี้ก็มีจุดเด่อ คือ มีตัวช่วย filters,เอฟเฟคเปลี่ยนฉาก (transitions),เสียงเอฟเฟค (audio effects) เป็นต้น

VSDC



5. MPEG Streamclip
MPEG Streamclip โปรแกรมนี้สามารถเปิดไฟล์ DVD หรือเปิด URLs ของ video streams ได้ ความสามารถของโปรแกรมตัดต่อวีดีโอนี้ เช่น การทริม (trim) การ cut การ copy or paste และ export the soundtrack เป็นต้น


Streamclip


6. VirtualDub
VirtualDub โปรแกรมตัดต่อวีดีโอนี้สามารถทำงานได้กับไฟล์ AVI ด้วยอินเตอร์เฟซที่เรียบงายและชัดเจน จะช่วยให้เลื่อนและตัดคลิปได้อย่างง่ายได้ ความสามารถของโปรแกรมก็มี ปรับคมชัด, เบลอ, ปรับขนาด, หมุนความสว่างสีและความคมชัดปรับแต่ง และมีปลั๊กตัวเลือกเพิ่มให้ได้ใช้อีกด้วย


VirtualDub


7. iMovie

มีลักษณะเป็นไทม์ไลน์ แต่จะลดรูปลงมาให้พอดีกับหน้าจอมือถือ เราสามารถแก้ไขธีมได้ตลอดเวลา , Preview คลิปที่ได้จากการตัดต่อ, เพิ่มเสียงประกอบจากเพลงที่มีอยู่ในตัวเครื่อง, เข้าไปเลือกคลิปหรือรูปภาพแล้วเพิ่มเข้ามาในโปรเจ็กต์ หรือจะถ่ายคลิปสดๆ เลยก็ยังได้ สามารถจัดเรียงคลิปได้ตามต้องการ, ตัด (split) คลิปในจุดที่ต้องการ, ใส่ข้อความกำกับและตำแหน่งที่เกิดเหตุการณ์ในแต่ละคลิปได้, ลากคลิปออกไปเพื่อทิ้งก็ได้ หรือจะตั้งค่า transition ระหว่างคลิปก็ได้เช่นเดียวกัน





8. Splice

Splice คือโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ดีที่สุดสำหรับ iPhone, iPad และ iPod Touchของคุณ! สร้างวิดีโอและสไลด์โชว์อย่างง่ายดาย ไม่จำกัดความยาว ไม่มีลายน้ำหรือโฆษณา พร้อมเพลง เสียงประกอบ ข้อความแทรก การเชื่อมต่อภาพ ตัวกรองฟรีๆ และเครื่องมือตัดต่อที่แม่นยำ


ภาพหน้าจอของ iPhone 1



-Splice - โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ & ทำหนัง


อัปเดท แอปฯเด็ด : Splice ตัดต่อคลิปชั้นเทพด้วยไอโฟนเครื่องเดียว


Splice คือโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ดีที่สุดสำหรับ iPhone, iPad และ iPod Touch สร้างวิดีโอและสไลด์โชว์อย่างง่ายดาย ไม่จำกัดความยาว ไม่มีลายน้ำหรือโฆษณา พร้อมเพลง เสียงประกอบ ข้อความแทรก การเชื่อมต่อภาพ ตัวกรองฟรีๆ และเครื่องมือตัดต่อที่แม่นยำ


• วิชวลเอฟเฟ็กต์: เปลี่ยนสไตล์รูปภาพและวิดีโอด้วยเอฟเฟ็กต์ตัวกรองเลนส์กล้องที่หลากหลาย
• ลิงก์วิดีโอ: แชร์วิดีโอในความคมชัดแบบ full HD ลงในเว็บเพจ ด้วยลิงก์ที่ไม่ได้เรียงแจงไว้
• เสียง: ใช้คลังซาวน์แทรคและเสียงประกอบขนาดใหญ่ฟรีของเรา หรือเลือกจากคลังเพลง iTunes ของคุณเอง วางแทรคเสียงซ้อนหลายชั้นอย่างเที่ยงตรง
• แชร์ : แชร์ไปที่ YouTube อินสตาแกรม เฟสบุ๊ค Vimeo, Mail, Messages ฯลฯ โดยตรง
• ข้อความแทรก : เลือกสีและแบบของข้อความและใส่ลงในรูปภาพ วิดีโอ หรือสไลด์ชื่อเรื่อง
• ปุ่มควบคุมความเร็ว : ปรับความเร็วในการเล่นคลิปวิดีโอจากสโลโมชั่นไปจนถึงเร็วสุดขีด
• บรรยายภาพ : อัดเสียงของคุณเอง (หรือไฟล์เสียงอื่น) ลงในโปรเจ็คของคุณ
• การเชื่อมต่อภาพ : เพิ่มความประณีตด้วยการเชื่อมต่อภาพคุณภาพสูง
• สร้างภาพเคลื่อนไหว : แพนกล้องและซูมรูปภาพและวิดีโอแบบสารคดี Ken Burns Splice ลงเอฟเฟ็กต์นี้ในรูปภาพโดยอัตโนมัติ เพื่อมอบผลลัพธ์แบบมือโปรโดยไม่ต้องลงแรง
• HD : ตัดต่อและส่งออกวิดีโอที่มีความละเอียดสูงได้ถึง 1080p
• เครื่องมือ : ตัดหัวท้ายและตัดวิดีโอ ครอบตัดรูปภาพและวิดีโอ กำหนดระยะเวลาของรูปภาพและสไลด์ชื่อเรื่อง จัดการสีพื้นหลัง กำหนดความละเอียด และอื่นๆ อีกมากมาย


Splice


อัปเดท แอปฯเด็ด : Splice ตัดต่อคลิปชั้นเทพด้วยไอโฟนเครื่องเดียว


คุณสมบัติของแอป
* ใช้งานง่าย ลากและวางองค์ประกอบต่างๆ ตามลำดับเวลา
* มีเสียงเพลงประกอบให้เลือกใช้ โดยเพลงเอาจากไอทูนส์หรือซื้อเพิ่มได้
* ซิงก์ทุกอย่างเข้าหากันได้อย่างไร้รอยต่อ


วิธีการใช้งานตัดต่อคลิปวิดีโอด้วย Splice
1. ถ่ายภาพ/วิดีโอ ช็อตที่ต้องการเก็บไว้ก่อน
2. เปิดแอปฯ Splice แล้วเลือกกรอบภาพที่ต้องการ จากนั้นตั้งค่าความละเอียดของวิดีโอที่ต้องการ รวมถึงตั้งชื่อวิดีโอด้วย

3.ใส่ทีละเนื้อหาที่ต้องการ จะเป็นรูปหรือวิดีโอก็ได้ โดยกดที่ปุ่ม Video/Audio


อัปเดท แอปฯเด็ด : Splice ตัดต่อคลิปชั้นเทพด้วยไอโฟนเครื่องเดียว



4. กดที่เครื่องหมาย + ด้านขวาของรูปภาพ/วิดีโอ เพื่อเลือกไฟล์ภาพ/วิดีโอชิ้นต่อไป หรือกดที่ Title เพื่อพิมพ์ข้อความประกอบ (ใส่ภาษาไทยได้) หรือ กด Transition เพื่อเลือกเอฟเฟกต์การทำให้ภาพดูต่อเนื่อง


5. เมื่อใส่ภาพ/วิดีโอตามลำดับฉากที่ต้องการแล้ว ก็เลือกไฟล์เพลงประกอบที่ Audio สามารถเลือกเสียงเอฟเฟต์จากที่มีในคลิป หรือจากไอพอดของตัวเองก็ได้


อัปเดท แอปฯเด็ด : Splice ตัดต่อคลิปชั้นเทพด้วยไอโฟนเครื่องเดียว


6. สามารถดูตัวอย่างวิดีโอที่ตัดต่อแล้วที่ Preview เมื่อชอบใจแล้วกด Export

7. เข้าไปที่ดู Photo จะเจอคลิปวิดีโอที่ตัดต่อไว้แล้ว เมื่อเปิดมาเลือกได้ว่าจะอัปโหลดขึ้นยูทูบ หรือส่งเป็นอีเมล์ให้เพื่อนก็ได้


iMovie





iMovie : เริ่มใช้งาน

จิ้มที่ไอคอน iMovie เมื่อแอพถูกโหลดขึ้นมาจะได้หน้าตาเช่นนี้ ลักษณะการใช้งานที่ชอบที่สุด คือ การถือแบบแนวนอน จะพบว่า จะขึ้น project ล่าสุดเอาไว้ให้ซึ่งสามารถจิ้มเข้าไปเล่นคลิปหรือแก้ไขตัดต่อได้เลย





[Help] วิธีการตัดต่อที่สามารถเข้าไปอ่านได้ทุกเมื่อ เมื่อต้องการจะรู้ว่า เราสามารถใช้งานตัดต่อคลิปได้อย่างไรบ้าง
[Add Project] เพิ่มโปรเจ็กต์ใหม่ ซึ่งสามารถเลือกธีมได้ก่อนที่จะเข้าไปสู่ขั้นตอนการตัดต่อจริง
[Export] สำหรับจะแปลงจากคลิปที่ถูกตัดต่อให้เป็นไฟล์คลิปที่จะใช้งานจริง
[Play] เล่นคลิปของโปรเจ็กต์ที่กำลังแสดงอยู่

[Delete] ลบโปรเจ็กต์ที่เคยสร้างไว้นั้นทิ้งไป


iMovie : ตัดต่อ

ลักษณะการใช้งานนั้น ไม่แตกต่างจากโปรแกรมตัดต่อวิดีโอทั่วไป คือ มีลักษณะเป็นไทม์ไลน์ แต่จะลดรูปลงมาให้พอดีกับหน้าจอมือถือ





ณ จุดนี้ เราสามารถแก้ไขธีมได้ตลอดเวลา , Preview คลิปที่ได้จากการตัดต่อ, เพิ่มเสียงประกอบจากเพลงที่มีอยู่ในตัวเครื่อง, เข้าไปเลือกคลิปหรือรูปภาพแล้วเพิ่มเข้ามาในโปรเจ็กต์ หรือจะถ่ายคลิปสดๆ เลยก็ยังได้ สามารถจัดเรียงคลิปได้ตามต้องการ, ตัด (split)คลิปในจุดที่ต้องการ, ใส่ข้อความกำกับและตำแหน่งที่เกิดเหตุการณ์ในแต่ละคลิปได้, ลากคลิปออกไปเพื่อทิ้งก็ได้ หรือจะตั้งค่า transition ระหว่างคลิปก็ได้เช่นเดียวกัน


iMovie : Export

อีกขั้นตอนสำคัญสำหรับการตัดต่อคลิปวิดีโอ ก็คือการ export เอาสิ่งที่ได้ตัดต่อไว้ออกมาเป็นไฟล์วิดีโอที่พร้อมสำหรับการอัพโหลด ซึ่งแอพนี้ก็มีให้เลือกไว้ 3 ขนาดด้วยกัน





iMovie : อัพโหลด

ขั้นสุดท้าย ตัดต่อเสร็จ มันจะเก็บไฟล์ไว้ให้ใน Camera Roll ซึ่งคุณสามารถเข้าไปดูได้จากปุ่ม Photo ได้อยู่แล้ว





เมื่อจิ้มปุ่ม Export ก็จะมาเจอทางเลือก ว่าจะทำอะไร จะส่งเมล์, ส่ง MMS หรือจะอัพโหลดขึ้น Youtube ซึ่งแน่นอนว่า ในกรณีของเรา เราเลือกจะอัพขึ้นแอ็คเคาท์บนYoutube พอจิ้มเลือกแล้ว จะได้หน้าตาแบบนี้





ขั้นตอนที่เหลือก็ไม่มีอะไรมาก หากไม่เคยตั้งค่าเลย ระบบก็จะถามหา User และPassword หลังจากนั้น ก็จัดการใส่ค่าซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการอัพโหลดผ่านหน้าเว็บปกติ เลือกเอาได้ว่าจะใช้ความละเอียดแบบ Standard Definition หรือ HD ซึ่งระยะที่ใช้ในการอัพโหลดก็แตกต่างกันไปด้วย

วิธีใช้ iMovie สร้าง Video Clip บน iPad


เครื่อง iPad สามารถใช้ถ่ายวิดีโอที่ Full HD 1920 x 1080p ได้และวิดีโอมีคุณภาพดี แม้ว่าการยก iPad ขึ้นถ่ายจะไม่สะดวกนักก็ตาม แต่ถ้าเราถ่ายวิดีโอเป็นตอนสั้นๆเอาไว้มากๆ ก็สามารถเอามาสร้างเป็นวิดีโอที่มีความยาวได้ตามต้องการ วีธีคือนำเอาวิดีโอคลิปสั้นๆนั้นมาเชื่อมต่อหรือ Join เข้าด้วยกัน รวมทั้งจะตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกไปบางส่วนก็ได้ (Editing) ซึ่งจะทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว บนเครื่อง iPad เอง โดยใช้โปรแกรม หรือ App ชื่อ iMovie


App iMovie



เป็น Application อันหนึ่งที่มีประโยชน์มาก ใช้เพื่อการเชื่อมต่อและตัดต่อวิดีโอ บนเครื่อง iPad โดยไม่ต้องพึ่ง PC หรือโปรแกรมอื่น ในการใช้ iMovie เรายังสามารถใส่ Title, Sub Title, Transition, เสียงเพลงประกอบ, อัดเสียงพูดบรรยายเข้าไป เป็นต้น ซึ่งเมื่อจัดทำวิดีโอเสร็จแล้ว ก็นำไปเก็บไว้ใน Camera Roll ของเครื่อง iPad เพื่อเปิดดูได้ทั้งตอน หรือจะสั่งให้ Share ลงไปใน YouTube, facebook ฯลฯ ก็ได้


วิธีใช้ iMovie

1. แตะที่ icon iMovie เพื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา จะได้หน้าจอตามรูปที่ 1 แตะที่เครื่องหมาย + (1) แล้วแตะที่ New Project จะได้หน้าจอใหม่ ตามรูปที่ 2



รูปที่ 1



รูปที่ 2


2. จากหน้าจอ (รูปที่ 2) จะปรากฎรายการวิดีโอคลิปต่างๆที่เราถ่ายไว้แล้ว ขึ้นมาให้เลือก โดยวิดีโอที่ถ่ายครั้งหลังสุดจะอยู่ด้านบนสุด เลือกวิดีโอที่ต้องการ โดยแตะที่รูปภาพ (3) แล้วแตะที่ลูกศร วิดีโอนั้นก็จะมาปรากฎที่ Time Line เราสามารถเลือกวิดีโออันใดมาก่อนมาหลังได้ โดยระหว่างคลิปต่างๆจะมี Transition ให้เลือกตั้งค่าได้



รูปที่ 3



รูปที่ 4



3. การสร้าง Title : จากรูปที่ 3 แตะซ้ำเร็วๆ 2 ครั้ง (แบบ Double Click) ที่วิดีโอ อันแรกจะปรากฎข้อความ Clip Settings แตะที่ Title Style จากนั้นแตะที่ช่องใส่ข้อความและพิมพ์ข้อความลงไป จากนั้นแตะที่ Done


การ Post วิดีโอจาก iPad ขึ้น YouTube




มีขั้นตอนวิธีการทำคือ จากหน้าจอ iPad (รูปที่ 4) แตะที่ YouTube จะได้หน้าจอตามรูป จากนั้นแตะที่หัวข้อต่างๆ แล้วพิมพ์ข้อความลงไป เช่น ชื่อเรื่อง My Project รายละเอียด แตะที่ Description แล้วพิมพ์ข้อความลงไป รวมทั้ง Category, Tag, Size และ Privacy แตะที่Public เสร็จแล้วแตะที่ Share โปรแกรมก็จะเริ่มทำการ Upload วิดีโอขึ้น YouTube ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน ดังนั้น จึงควรเสียบ Power Supply เข้าเครื่อง iPad ไว้ก่อนเพื่อป้องกันกรณีแบตเตอรี่หมด และเปิด Wi-Fi เอาไว้ด้วยเพราะจะต้องมีการ Upload วิดีโอผ่านระบบอินเทอร์เน็ต



วิธีดึงเสียงออกจาก VDO – iMovie


หากเรามีไฟล์ VDO และมีเสียงใน VDO เราไม่ต้องการเสียงนั้น มีวิธีดึงเสียงออกมาเพื่อลบออกได้


วิธีทำ

เลือก VDO ที่ต้องการดึงเสียงออก



คลิ๊กขวา เลือก "Detach Audio"


จากนั้นจะได้ไฟล์เสียงออกมาแล้ว




...................................................................................................................................................................


ที่มา : http://www.somkiet.com/Software/iMovie.htm
ที่มา : http://mac-phone.net/index.php/tips/application/2895-app-tip-vdo-imovie
ที่มา : http://www.patsonic.com/tech/apps/imovie-iphone-app/

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

องค์ประกอบของระบบสาระบบสารสนเทศ

1. ฮาร์ดแวร์
mouse_white.gifฮาร์ดแวร์เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบสารสนเทศ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์รอบข้าง รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสำหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องกราดตรวจเมื่อพิจารณาเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งเป็น  3 หน่วย คือ
        - หน่วยรับข้อมูล (input unit) ได้แก่ แผงแป้นอักขระ เมาส์
        - หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
        - หน่วยแสดงผล (output unit) ได้แก่ จอภาพ เครื่องพิมพ์

2 . ซอฟต์แวร์
       ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญประการที่สอง ซึ่งก็คือลำดับขั้นตอนของคำสั่งที่จะสั่งงานให้ฮาร์ดแวร์ทำงาน เพื่อประมวลผลข้อมูลให้ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการของการใช้งาน ในปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติงาน ซอฟต์แวร์ควบคุมระบบงาน ซอฟต์แวร์สำเร็จ และซอฟต์แวร์ประยุกต์สำหรับงานต่างๆ ลักษณะการใช้งานของซอฟต์แวร์ก่อนหน้านี้      ผู้ใช้จะต้องติดต่อใช้งานโดยใช้ข้อความเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันซอฟต์แวร์มีลักษณะการใช้งานที่ง่ายขึ้น โดยมีรูปแบบการติดต่อที่สื่อความหมายให้เข้าใจง่าย เช่น มีส่วนประสานกราฟิกกับผู้ใช้ที่เรียกว่า กุย (Graphical User Interface : GUI) ส่วนซอฟต์แวร์สำเร็จที่มีใช้ในท้องตลาดทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ในระดับบุคคลเป็นไปอย่างกว้างขวาง และเริ่มมีลักษณะส่งเสริมการทำงานของกลุ่มมากขึ้น ส่วนงานในระดับองค์กรส่วนใหญ่มักจะมีการพัฒนาระบบตามความต้องการโดยการว่าจ้าง หรือโดยนักคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในฝ่ายคอมพิวเตอร์ขององค์กร เป็นต้น
 ซอฟต์แวร์ คือ  ชุดคำสั่งที่สั่งงานคอมพิวเตอร์ แบ่งออกได้หลายประเภท เช่น
    1.      ซอฟต์แวร์ระบบ  คือ ซอฟต์แวร์ที่ใช้จัดการกับระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบ  เช่น ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ระบบปฏิบัติการดอส ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์
    2.      ซอฟต์แวร์ประยุกต์  คือ ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานด้านต่างๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ เช่น     ซอฟต์แวร์กราฟิก     ซอฟต์แวร์ประมวลคำ    ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน      ซอฟต์แวร์นำเสนอข้อมูล  

3. ข้อมูล
     ข้อมูล เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่งของระบบสารสนเทศ อาจจะเป็นตัวชี้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของระบบได้ เนื่องจากจะต้องมีการเก็บข้อมูลจากแหล่งกำเนิด ข้อมูลจะต้องมีความถูกต้อง มีการกลั่นกรองและตรวจสอบแล้วเท่านั้นจึงจะมีประโยชน์ ข้อมูลจำเป็นจะต้องมีมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งานในระดับกลุ่มหรือระดับองค์กร ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการจัดเก็บที่เป็นระบบระเบียบเพื่อการสืบค้นที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพ
4. บุคลากร
          บุคลากรในระดับผู้ใช้ ผู้บริหาร ผู้พัฒนาระบบ นักวิเคราะห์ระบบ และนักเขียนโปรแกรม เป็นองค์ประกอบสำคัญในความสำเร็จของระบบสารสนเทศ บุคลากรมีความรู้ความสามารถทางคอมพิวเตอร์มากเท่าใดโอกาสที่จะใช้งานระบบสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ได้เต็มศักยภาพและคุ้มค่ายิ่งมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะระบบสารสนเทศในระดับบุคคลซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์มีขีดความสามารถมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้มีโอกาสพัฒนาความสามารถของตนเองและพัฒนาระบบงานได้เองตามความต้องการ สำหรับระบบสารสนเทศในระดับกลุ่มและองค์กรที่มีความซับซ้อนจะต้องใช้บุคลากรในสาขาคอมพิวเตอร์โดยตรงมาพัฒนาและดูแลระบบงาน
5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
          ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนของผู้ใช้หรือของบุคลากรที่เกี่ยวข้องก็เป็นเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่ง เมื่อได้พัฒนาระบบงานแล้วจำเป็นต้องปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอนในขณะที่ใช้งานก็จำเป็นต้องคำนึงถึงลำดับขั้นตอนการปฏิบัติของคนและความสัมพันธ์กับเครื่อง ทั้งในกรณีปกติและกรณีฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอนการบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการประมวลผล ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเครื่องชำรุดหรือข้อมูลสูญหาย และขั้นตอนการทำสำเนาข้อมูลสำรองเพื่อความปลอดภัย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะต้องมีการซักซ้อม มีการเตรียมการ และการทำเอกสารคู่มือการใช้งานที่ชัดเจน 

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

HTML

HTML



HTML ย่อมาจาก Hyper Text Markup Language
HTML ไม่ใช่ภาษาโปรแกรม แต่เป็น markup language
markup language คือกลุ่มที่อยู่ใน markup tags

HTML Tags มักจะเป็นคู่เปิด กับคู่ปิด เช่น <b> และ </b> ใน HTML Tags คู่หนึ่ง Tags แรกมักจะถูกเรียกว่า แท็กเปิด Tags สุดท้ายมักจะถูกเรียกว่า แท็กปิด
วัตถุประสงค์ของเว็บบราวเซอร์(web browser) เช่น Internet Explorer, Mozilla Firefox, Chrome และอื่น ๆ ก็คือการอ่านเอกสาร HTML แล้วแสดงออกมาในรูปแบบของเว็บเพจ เว็บบราวเซอร์จะไม่แสดง HTML Tags แต่จะใช้แท็กเหล่านั้นอธิบายและกำหนดสิ่งต่าง ๆ สำหรับเว็บเพจ
 
ส่วนประกอบของ HTML Document
เอกสาร HTML แบ่งออกเป็นสองส่วน นั่นคือส่วน head กับส่วน body
เอกสาร HTML จะต้องประกอบไปด้วยแท็กที่สำคํญด้วยกันอยู่ 3 แท็ก นั่นคือ html, head และ body มีการวางรูปแบบแท็กดังนี้ <html>, <head>, </head>,<body>, </body>,</html>
แท็ก html บ่งบอกว่าเอกสารนี้เป็นเอกสาร HTML
แท็ก head เป็นส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับส่วนหัวของเอกสารการกำหนดค่าต่าง ๆ และจะต้องอยู่ภายในแท็ก html เพื่อบ่งบอกว่าอยู่ภายในเอกสาร html
แท็ก body เป็นส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับตัวของเอกสารที่จะแสดงในหน้าเว็บเพจ และจะต้องอยู่ภายในแท็ก html และอยู่หลังแท็ก head

การสร้างเอกสาร HTML
ในการสร้างเอกสาร HTML สามารถสร้างได้ง่ายดายโดยใช้ Notepad, Dreamweaver, Editplus หรืออื่น ๆ ในที่นี้ผมขอยกตัวอย่างการสร้างโดยทั้งสามโปรแกรมให้ดูคับเริ่มจาก Notepad กันก่อนเลย
การสร้างเว็จเพจโดย Notepad
ก่อนอื่นก็เปิด Notepad ขึ้นแล้วแล้วทำการกรอกโค้ดเหล่านี้ไปดังรูป




เสร็จแล้วทำการเซฟ โดยใช้นามสกุล .html หรือ .htm ก็ได้ดังรูป โดยเปลี่ยน Save as type เป็น All File




เมื่อเซฟเสร็จเราก็จะได้เอกสาร HTML แล้วง่ายไหมละคับ คราวนี้เราลองมาเปิดดูกันว่าผลลัพธ์จะออกมายังไง


นี่คือผลลัพธ์จากการทำเอกสาร HTML ของเราเมื่อกี้
การสร้างเว็จเพจโดย Editplus
ทำการเปิดโปรแกรม Editplus ขี้นแล้วแล้วไปที่ File => New => HTML Page ดังรูป



จะเห็นว่าเมื่อสร้างแล้วจะมีโค้ดมาให้เองโดยอัตโนมัติให้ทำการเปลี่ยนเป็นโค้ดเหมือนรูปด้านล่างก็จะได้เว็บเพจที่แสดงเหมือนกันกับการสร้างด้วย Notepad แล้ว ส่วนโค้ดในส่วนอื่น ๆ ดังแสดงในรูป เช่น doctype, meta tage ไว้ผมจะมาอธิบายใหม่ในวันหลังนะคับ




เมื่อเสร็จแล้วก็ทำการเซฟ เราก็จะได้เอกสาร HTML อย่างง่าย ๆ แล้วละคับ
การสร้างเว็จเพจโดย Dreamweaver
สร้างเอกสารโดยไปที่ File => New หรือกด Ctrl + N จะได้ดังรูปให้เลือก HTML
 
เสร็จแล้วกด Creat จะมีโค้ดมาให้ทำการแก้ไขใหม่ดังรูป 

เสร็จแล้วก็ทำการเซฟไฟล์ เราก็จะได้เอกสาร HTML หรือที่เรียกกันว่าเว็บเพจแล้ว

ที่มา : http://www.doesystem.com/18546d147f5039787ec26ee5625872e4/HTML-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.htm









วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Responsive web

ความหมาย และ ความสำคัญ ของ Responsive Web Design

ในปัจจุบัน Mobile Internet Users ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะแซง Desktop Internet Users ในปี 2013 อีกด้วย ซึ่ง Mobile Devices นั้นมีความหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ขนาดและความละเอียดของหน้าจอแสดงผล(screen size and resolution) แนวของการแสดงผล(orientation) หรือแม้แต่ระบบปฏิบัติการ(OS)

ถ้าเป็นสมัยก่อน เราต้องทำเว็บไซต์ออกมาหลายๆ version เช่น Desktop version กับ Mobile version เพื่อให้เว็บไซต์ของเรา สามารถแสดงผลได้อย่างเหมาะสมกับ Device นั้นๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านเวลาและค่าจ้างในการพัฒนา

Responsive Web Design คือ การออกแบบเว็บไซต์ด้วยแนวคิดใหม่ ที่จะทำให้เว็บไซต์ สามารถแสดงผลได้อย่างเหมาะสม บนอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน โดยใช้ โค้ดร่วมกัน URL เดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

หลักการของ Responsive Web Design

การจะทำ Responsive Web Design มักใช้เทคนิคหลายๆ อย่าง ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น Fluid Grid, Flexible Images และ CSS3 Media Queries
เริ่มแรกคือการทำ Fluid Grid ซึ่งก็คือการออกแบบ Grid ให้เป็นแบบ Relative ซึ่งก็คือการที่ไม่ได้กำหนดขนาดของ Grid แบบตายตัว แต่จะกำหนดให้สัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆ เช่น กำหนดความกว้างแบบเป็น % หรือการใช้ font-size หน่วยเป็น em เป็นต้น

ต่อมาคือการทำ Flexible Images หรือการกำหนดขนาดของ Images ต่างๆ ให้มีความสัมพันธ์กับขนาดของหน้าจอแสดงผล หากรูปต้นฉบับมีขนาดใหญ่มาก เวลาแสดงในมือถือที่มีจอขนาดเล็ก ก็ควรลดขนาดลงมา เพื่อให้แสดงผลได้อย่างสวยงาม เป็นต้น

สุดท้ายคือการใช้ CSS3 Media Queries ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถกำหนด style sheets สำหรับ Devices ต่างๆ ได้ โดยส่วนใหญ่ เราจะเขียน style sheets พื้นฐานเอาไว้ ซึ่งกลุ่มนี้ จะไม่ขึ้นอยู่กับ Devices ใดๆ หลังจากนั้นให้เราเขียน style sheets สำหรับ Devices ที่มีขนาดหน้าจอที่เล็กสุด เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงขนาดใหญ่สุด ซึ่งการเขียนแบบนี้ จะช่วยลดความซ้ำซ้อนของโค้ด และยังทำให้การแก้โค้ดในภายหลังทำได้ง่ายอีกด้วย

ข้อเสียของ Responsive Web Design

อย่างไรก็ตาม Responsive Web Design ก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง เนื่องจากการเขียนโค้ดเดียว ให้รองรับหลายๆ Devices จึงอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น โทรศัพท์มือถือที่มีหน้าจอขนาดเล็ก ถึงแม้เราจะซ่อนเนื้อหาบางส่วนที่ไม่จำเป็นเอาไว้ เช่น โฆษณา แต่ในบางเว็บบราวเซอร์ ข้อมูลเหล่านี้ยังจะถูกโหลดเข้ามาอยู่ รวมไปถึงเรื่องของ Image Resizing ที่เราไม่ได้ไปลด File Size ของตัว Image จริงๆ ทำให้โทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องโหลดรูปเดียวกับรูปที่ใช้แสดงบน Desktop ทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

Cr. http://www.siamhtml.com/responsive-web-design-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ซอฟแวร์ที่ใช้ในงานออกแบบ (3 มิติ)

ซอฟแวร์ที่ใช้ในงานออกแบบ ( 3 มิติ )

 - Google SketchUp (โปรแกรมออกแบบบ้าน 3 มิติ สร้างโมเดล 3 มิติ) : โปรแกรม SketchUp เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Google ชื่อเสียงเรียงนามของผู้พัฒนา ก็คงไม่ต้องบรรยายแล้วว่าดีหรือไม่ดี ที่คราวนี้เข็นเจ้า โปรแกรมออกแบบบ้าน หรือเอาไว้ สร้างโมเดล 3 มิติ ออกมาภายใต้ชื่อ Google SketchUp ออกมาให้คนอยากออกแบบ อยากเล่น อยากลอง อยากฝึกใช้ได้ทดลองใช้ หรือจะให้เด็กๆ ลองใช้ โปรแกรมออกแบบบ้าน ฝึกจินตนาการ ของเด็ก และเยาวชน กับ โปรแกรม SketchUp ตัวนี้


โปรแกรมออกแบบบ้าน ชั่วหัวว่าใช้ออกแบบบ้าน แต่จริงๆ ไม่ได้เป็นแค่ โปรแกรมออกแบบบ้าน อย่างเดียวแต่ โปรแกรม Google SketchUp ยังสามารถ ออกแบบงานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม หรือ เครื่องจักร เครื่องกล กันได้อย่างง่ายๆ แถมเผลอๆ หาก ออกแบบ กันดีๆ ยังเอาไปใช้งานจิงๆ ได้อีกด้วย รวมถึง โปรแกรม SketchUp นี้ยังสามารถนำไป ออกแบบ วัตถุเล็กๆ น้อยๆ อาทเช่น ทั้ง ออกแบบระเบียงบ้าน ออกแบบหน้าต่าง ออกแบบประตู ออกแบบตู้ ออกแบบโต๊ะ ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ งานไม้ งานต่อเติมบ้าน ออกแบบรถ (เหมือนภาพประกอบด้านบน) หรือแม้แต่ ออกแบบยานอวกาศ ในฝัน ยังออกแบบได้ เอากับเค้าสิ จะเป็นยังไงบ้างลองกันเลยครับ

นอกจากนี้แล้ว Google SketchUp หรือ โปรแกรมออกแบบบ้าน 3 มิติ สร้างโมเดล 3 มิติ ตัวนี้ ยังสามารถส่งออกผลงาน (Export) ที่ออกแบบเสร็จ (วาดเสร็จ) มาในรูปแบบของไฟล์ .BMP, .PNG, .JPG, .TIF สำหรับเวอร์ชั่นฟรี และ ส่งออกเป็นไฟล์ .pdf, .eps, .epx, .dwg, and .dxf. สำหรับเวอร์ชั่นโปร

ที่มา http://software.thaiware.com/10038-Google-SketchUp.html 

ซอฟแวร์ที่ใช้ในงานออกแบบ (2 มิติ)

ซอฟแวร์ที่ใช้ในงานออกแบบ ( 2มิติ )

 - LibreCAD (โปรแกรมออกแบบ โปรแกรมวาดแบบ 2 มิติ) : โปรแกรมออกแบบ LibreCAD เป็น โปรแกรมออกแบบ 2 มิติ หรือที่เรียกว่า CAD 2D (Computer-Aided Design Program) ที่อยู่ในโปรเจคโอเพ่นซอร์ส (Open-Source) หากได้ยินชื่อนี้เมื่อไหร่ พึงระลึกเอาไว้เลยว่า แจกฟรี แน่นอน เพราะเป็นการพัฒนาที่เกิดขึ้นจากนักพัฒนาโปรแกรมฝีมือดีจากทั่วโลก ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน โปรแกรมออกแบบ ตรงนี้ได้เป็นพื้นที่ ที่จะมาร่วมออกแบบแลัพัฒนาร่วมกัน โดย โปรแกรมออกแบบ ตัวนี้สามารถออกแบบวัตถุต่างๆ ได้ 2 มิติ (2D) เท่านั้น ซึ่งสามารถใช้ออกแบบวัตถุ สื่งของ หรืออะไรก็ได้ที่ง่ายๆ อาทิเช่น กลไกของเครื่องจักรกล วิศวกรออกแบบสิ่งก่อสร้างต่างๆ เช่น เป็น โปรแกรมออกแบบบ้าน ได้ดี หรือจะไปใช้ ออกแบบครัวเรือน ออกแบบตึก ออกแบบอาคาร ออกแบบห้อง เพื่อใช้สอยในกิจการ หรือ สถานการณ์ ต่างๆ รวมไปถึงการ ออกแบบถุงพลาสติก ออกแบบเสื้อผ้า ด้านหน้าด้านหลัง ได้เป็นอย่างดี แล้วแต่ตามใจชอบละครับ

Program Features (คุณสมบัติและความสามารถหลักๆ ของ โปรแกรมออกแบบ 2 มิติ LibreCAD)



เป็นโปรเจคโอเพ่นซอร์ส พัฒนาขึ้นมาเพื่อ แจกฟรี 100% ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่มีโฆษณาแฝง ใดๆ ติดพ่วงมากับโปรแกรม ให้คุณไปใช้ออกแบบ วาดแบบ กันเลยฟรีๆ แต่หากต้องการบริจาค สามารถบริจาคเพื่อสนับสนุนทีมผู้พัฒนา ได้ที่หน้าเว็บของเขาได้เลย
มีหลากหลายภาษาให้เลือก มากถึงเกือบ 30 ภาษา จากทั่วโลก
ใช้งานได้กับทุกระบบปฏิบัติการ (Operating Systems) อย่าง Windows และ Mac OS หรือแม้กระทั่ง Linux OS
มีเครื่องมีช่วยวาดแบบ ออกแบบ หลากหลาย อาทิเช่น เส้นตรง ส่วนโค้ง วงกลม ทรงเหลี่ยม วาดเส้น ลากเส้นอิสระ กำหนดจุดต่างๆ ฯลฯ อีกมากมาย
สามารถกำหนดขนาดสเกล (Scale) ของวัตถุได้แบบสมจริง
มีเครื่องมือการวัดขนาดของเส้น วัตถุต่างๆ ในโปรแกรมออกแบบ ตัวนี้ที่แม่นยำ
มีความสามารถในการขยายภาพเพื่อ ออกแบบ วาดแบบ ได้หลายเท่า และเสียความคมชัด ไปอย่างน้อยที่สุด เพื่อเพิ่มทัศนวิสัย ในการมองเห็นภาพที่ชัดเจน มากยิ่งขึ้น
มีระบบการสอนการใช้งาน การสนับสนุนการใช้งานโปรแกรมที่ดีมากๆ
ข้อเสียของมันคือ ไม่สนับสนุนภาพแบบ 3 มิติใดๆ และ สนับสนุนไฟล์เฉพาะ DXF และ CXF เท่านั้น
โปรแกรมมีขนาดเล็ก ไม่ถึง 30 MB.
และความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย

ที่มา  http://software.thaiware.com/2257-LibreCAD-Download.html



เทคโนโลยีสะอาด

เทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) 

 - ในปจจุบัน ปญหาดานสิ่งแวดลอมไดทวความร ี ุนแรงมากขึ้น จึงมีการนําเทคโนโลยี
ตางๆ มาใชในการปรับปรุงปรับปรุง ผลิตภัณฑ บริการ และกระบวนการ และเทคโนโลยีที่สําคัญ
อีกเทคโนโลยีหนึ่ง ก็คือ เทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) หรือมีชื่ออื่นๆ ที่มีความหมาย
ใกลเคียงกัน หรือเหมือนกันอีกคือ การปองก  ันมลพิษ (Pollution Prevention) หรือ P2 การผลิต
ที่สะอาด (Cleaner Production หรือ CP) และการลดของเสีย ใหนอยที่สุด (waste minimization) มาใช ซึ่งทั้งหมดเปนการปองกันของเสียที่แหลงกําเนิด แทนการควบคุมบําบัดและจัดของเสียแบบเดิม ที่เมื่อเปรียบเทียบแลว คาใชจายส  ูงกวาการใชเทคโนโลยีสะอาด



 - วิธีการนําไปสมาตรฐานการจ ู ัดการสิ่งแวดลอม ISO14000 ซึ่งเปนที่ยอมรับ ในวงการคาของโลก
ปจจุบันดวย

 - ความหมายโดยสรุปของเทคโนโลยีสะอาด ก็คือ กลยุทธในการปรับปรุง ผลิตภัณฑ
บริการ และกระบวนการ อยางตอเนื่อง เพื่อจัดการทรัพยากร อยางมีประสิทธิภาพ ให
เปลี่ยนเปนของเสีย นอยที่สุดหรือไมมีเลย การลดมลพิษที่แหลงกําเนิด จึงเปนทั้งการรักษา
สิ่งแวดลอม และการลดคาใชจาย ในการผลิตไปพรอม ๆ กันดวย


ที่มา  http://www.ftiplastic.com/images/download/34/fti-a3.pdf